คุณธรรมค้ำจุนโลก

posted on 16 Apr 2011 15:24 by reidiary







                          


 
 
 
                        
 
              







               
    

















                                  ศีลธรรมเข้มแข็ง






            ที่ญี่ปุ่นกรณีแผ่นดินไหวรุนแรงและเกิดคลื่นยักษ์สึนามิ

พัดถาโถมเข้าใส่ประเทศญี่ปุ่นอย่างร้ายแรงมาก


จนเป็นพิบัติภัยธรรมชาติครั้งใหญ่ที่สุดครั้งหนึ่งในประวัติศาสตร์ของโลก


และเกิดความเสียหายโดยตรงต่อโรงไฟฟ้าพลังงานปรมาณู


เกิดการรั่วไหลแผ่กระจายสารกัมมันตภาพรังสีนิวเคลียร์ยากต่อการควบคุม


จนกระทั่งบัดนี้    นับเวลาผ่านมาได้เดือนกว่าแล้ว


ก็ยังมีวิกฤติรังสีของนิวเคลียร์ที่ไม่สามารถแก้ไขควบคุมได้


สร้างความเสียหายแก่ประเทศญี่ปุ่นอย่างประมาณไม่ได้


ทั้งชีวิต   ทรัพย์สิน   ของคนญี่ปุ่นที่อยู่ในเขตได้รับภัยแผ่นดินไหวและสึนามิ


รวมถึงการควบคุมไม่ได้ของสารกัมมันตภาพรังสีนิวเคลียร์จากโรงไฟฟ้าปรมาณู


ชาวญี่ปุ่นที่อยู่ในเขตพิบัติภัยธรรมชาติและที่อยู่ในระยะของการแผ่รังสีนิวเคลียร์


จึงได้รับความเดือดร้อนแสนสาหัส









              



 





    




            แม้แผ่นดินไหวรุนแรงและคลื่นยักษ์สึนามิได้ผ่านพ้นไปแล้ว


เรื่องสารกัมมันตภาพรังสีปรมาณูเป็นผลกระทบโดยตรงต่อคนญี่ปุ่นอีกด้วย


กระนั้น   จากการติดตามชมข่าวสารที่เสนอต่อเนื่องมาโดยตลอด


ยังเห็นความเป็นคนญี่ปุ่นที่มีวินัยและความสามัคคีของคนในชาติอย่างชัดเจน


ทำให้เราไม่เห็นการจราจลวุ่นวายเกิดขึ้นในพื้นที่พิบัติภัย


ทุกคนมีความอดทนรอคอยความช่วยเหลือร่วมทุกข์ร่วมสุขอยู่ด้วยกันอย่างมีวินัย


มีน้ำใจแบ่งปันกันไปตามวิถีทางของพวกเขา


จนพวกเราชาวต่างชาติเห็นแล้วยังยอมรับว่าเขามีดีจริง


เขาบอกว่าขนาดญี่ปุ่นแพ้สงครามโลกครั้งที่สองอย่างย่อยยับ


เขายังรวมพลังกันสร้างชาติให้เข้มแข็งกลับมาได้ภายในเวลาไม่กี่สิบปี


เรื่องแค่นี้แม้จะหนักหนาแต่เขาบอกว่าญี่ปุ่นจะต้องลุกขึ้นได้อีกครั้ง


ซึ่งเห็นแล้วก็ทึ่งและชื่นชม   พลอยมีความคิดเห็นคล้อยตามว่าเป็นไปได้










           






          










          







              







            มีผู้วิเคราะห์ว่าเหตุใดชาวญี่ปุ่นจึงรักษาความเป็นญี่ปุ่นไว้ได้

เขาว่าเพราะคนญี่ปุ่นยึดถือวิถีของเซ็น   ลัทธิบูชิโด   ที่หยั่งรากลึกมาแต่เก่าก่อน


ซามูไรไม่ยอมอยู่อย่างไร้ศักดิ์ศรี


ผ่านมานานมากแล้วศาสนาลัทธิความเชื่อเหล่านี้ก็ยังซึมลึกอยู่ในสายเลือดญี่ปุ่น


แสดงว่าเขาได้รับการถ่ายทอดหล่อหลอมอย่างต่อเนื่อง


และฝึกฝนมาจนฝังแน่นอยู่ในสายเลือดอย่างเข้มข้นมาตั้งแต่เล็ก


เมื่อเกิดวิกฤติการณ์คับขันขึ้นจึงแสดงออกมาให้เห็น


จนเป็นที่กล่าวขวัญถึงอย่างมากของชาวต่างชาติ


หายสงสัยไหมครับว่าทำไมญี่ปุ่นจึงมีคุณภาพสูง


สร้างชาติให้เป็นมหาอำนาจของโลกได้


ทั้งๆ ที่ประเทศของเขาไม่มีทรัพยากรอะไรเท่าไรนอกจากคุณภาพคนของเขา






      









         







           

 




            เราจะเห็นอิทธิพลของศาสนาและปรัชญาของคนญี่ปุ่นได้ทั่วไป

จากบ้าน   สวนญี่ปุ่น   ตลอดจนการใช้ชีวิตประจำวัน


สิ่งต่างๆ เหล่านี้ฉายออกมาให้เราเห็นได้เสมอ


แต่ไม่ชัดเจนเท่าเมื่อเกิดวิกฤติการณ์พิบัติภัยครั้งนี้


รวมความว่านอกจากคนที่มีคุณภาพแล้ว


คนญี่ปุ่นยังมีหลักของศาสนาความเชื่อและปรัชญา

เป็นแก่นในการดำเนินชีวิตมาอย่างต่อเนื่องยาวนาน










     







                                      




              


            ที่ไหนๆ ในโลกย่อมมีทั้งคนดีและไม่ดี

ญี่ปุ่นก็เช่นกัน   เราได้เห็นวิถีชีวิตหลายมุมด้านมืดของญี่ปุ่นเหมือนกัน


แต่แสดงว่าเขาคงมีคนดีมากกว่า   และยังรักษาความดีไว้ได้    


ในยามวิกฤติทุกข์ยากเขาจึงยังมีความเป็นเอกลักษณ์

เป็นตัวของเขาเองอยู่เหมือนเดิม




            หลายคนคิดเห็นว่า

ถ้าวิกฤติภัยนี้เกิดขึ้นในประเทศอื่น


ความวุ่นวายเสียหายต่อเนื่องเป็นลูกโซ่คงมีมากกว่านี้


เพราะคนเห็นแก่ตัวนึกถึงตนเองก่อนคนอื่น


และความไร้ศีลธรรมจะเข้ามาครอบงำการปฏิบัติทางกาย  วาจา  ใจ


ในช่องทางที่ตัวเองต้องได้ประโยชน์ก่อนคนอื่น


คนอื่นจะเป็นอย่างไรช่างหัวมัน

ทั้งๆ ที่เป็นคนชาติเดียวกันร่วมทุกข์ด้วยกันแท้ๆ


        

            น่าสนใจมากที่เราได้เห็นบทเรียนอันมีค่ายิ่งนี้

มองดูประเทศเราเอง   แค่เรื่องเข้าแถวต่อคิว   การข้ามถนน


ความเป็นระเบียบเรียบร้อยต่างๆ ไม่ค่อยมีผู้ตั้งใจปฏิบัติกันเท่าไร


เรายังติดอยู่กับความสบายเดิมๆ จนสะสมเป็นความเห็นแก่ตัว


แม้มองเห็นประโยชน์ของตนและประโยชน์ของท่าน


แต่ประโยชน์ของฉันต้องมาก่อน





            เรื่องแบบนี้เมื่อเรามองไปในสังคมด้านไหนมุมใดเราก็จะพบเห็น

แล้วในที่สุดก็กลายเป็นความเคยชินไป


ถือปฏิบัติทำกันเป็นปกติจนไม่ถือไม่คิดว่าเป็นเรื่องเสียหายร้ายแรง


ซึ่งถ้าพิจารณากันให้ดีๆ แล้วกลับนำผลเสียมาสู่สังคมส่วนรวมประเทศชาติ


ทุกวันนี้เราตามก้นทั้งญี่ปุ่น   เกาหลี   ไต้หวัน   จีน


กระทั่งในเอเชียอาคเนย์เองเรายังไม่อาจเทียมสิงคโปร์   มาเลย์เซีย


และเริ่มไม่มั่นใจกับความเป็นผู้นำในย่านนี้ของเราแล้ว









            การนำศาสนามาปลูกฝังวิถีชีวิตของคนในชาติ

ให้มีหลักยึดประจำใจเราจึงเห็นตัวอย่างได้อย่างดีจากกรณีญี่ปุ่นนี้


ด้านเศรษฐกิจ   การเมือง  ของเขาเป็นอย่างไร


แต่สังคมของเขายังเข้มข้นอยู่กับศาสนาปรัชญาลัทธิความเชื่อ


ที่สอนให้คนกระทำทั้งประโยชน์ตนและประโยชน์ท่าน


มิใช่นึกถึงแต่ตัวเองถ่ายเดียว


ซึ่งถ้าเป็นเช่นนั้นแล้ว    ตัวเองจะไปรอดได้อย่างไร


คนเรามีชีวิตอยู่กันเป็นสังคมชุมชน


ถ้าประโยชน์ส่วนใหญ่ตั้งอยู่ไม่ได้แล้ว   ประโยชน์ส่วนตนไหนเลยจะยังอยู่ได้







            เราจึงไม่ควรละเลยศาสนา   พุทธปรัชญาดีๆ ที่เรามีหรือเคยมี

ซึ่งเรื่องนี้คงต้องปลูกฝังกันตั้งแต่เด็กๆ


มิใช่ให้สูงส่งหรือสวยงามอยู่แต่ในวัดหรือในหนังสือ


นี่เป็นเรื่องของการปฏิบัติ   ต้องทำ  ต้องปฏิบัติ   จึงจะเกิดผล


เหมือนอย่างที่ญี่ปุ่นทำได้


ให้สังคมของเรามีหลักศีลธรรมเข้มแข็งช่วยค้ำจุนอยู่ด้วย


ให้ศีลธรรมมีส่วนช่วยขัดเกลาสร้างคนให้มีคุณภาพมากขึ้น


ทั้งในทางโลกและทางธรรม


คนก็จะมีความคิด   การพูด   การกระทำ 

ที่ดีต่อตนเองและสังคมส่วนรวมมากกว่านี้


เราจะก้าวหน้าไปได้อย่างมั่นคง   เข้มแข็ง    ด้วยคนที่มีคุณภาพและศักยภาพสูง


อย่าให้คนกลุ่มน้อยด้อยศีลธรรมเข้ามาทำลายสิ่งดีงามที่พวกเราสร้างเสริมกัน


ดูอย่างญี่ปุ่นเป็นตัวอย่าง    เมื่อพื้นฐานเขาเข้มแข็งแล้ว


อะไรมาจะหนักหนาแค่ไหนเขาก็ยังกอบกู้ได้    ลุกขึ้นมาได้


แล้วเราไม่อยากเป็นอย่างเขาบ้างหรือ ........