ความเหนื่อยในเมืองจีน

posted on 23 Sep 2017 23:40 by reidiary





    มีอยู่ครั้งหนึ่งครับที่ผมได้ไปเที่ยวเมืองจีน

ไกด์ท้องถิ่นชาวจีนได้เล่าให้พวกเราฟังว่า

เมืองจีนมีพื้นที่กว้างใหญ่ไพศาล

มีทั้งที่ร้อนระอุเป็นทะเลทราย

มีทั้งที่หนาวจัดเป็นหิมะ

แต่ครึ่งหนึ่งของประเทศจีนใช้ประโยชน์อะไรไม่ได้เลย

ปลูกอะไรก็ไม่ขึ้น  เป็นเทือกเขาเป็นหิน

ใช้ทำอะไรก็ไม่ได้

มีที่ใช้การได้เพียงครึ่งหนึ่งของประเทศเท่านั้น




 
   ไกด์ชาวจีนเล่าให้ฟังว่า

เขาเคยมาเที่ยวเมืองไทยหลายครั้ง

และเที่ยวมากกว่าคนไทยเที่ยวเมืองไทยซะอีก

แล้วก็เล่าถึงแหล่งท่องเที่ยวในเมืองไทยที่เขาเคยไป

ผมฟังแล้วก็เห้นคล้อยตามว่า

เขาเที่ยวมากกว่าคนไทยบางคนซะอีก

เพราะเขาไปมาแล้วทุกภาค

บางแห่งผมยังไม่เคยไปเลย

มันเป็นอาชีพของเขาและเขามีบริษัททัวร์นำเที่ยว

นำนักท่องเที่ยวจากประเทศจีนมาเที่ยวเมืองไทย

เขาจึงต้องมีความรู้เรื่องเมืองไทยมากหน่อย




    เขาบอกว่าเขาอิจฉาคนไทยมาก

ที่มีพื้นที่ประเทศอุดมสมบูรณ์

อยู่ที่ไหนปลูกอะไรก็ขึ้นไปหมด

ในน้ำมีปลา  ในนามีข้าว  ผลไม้สารพัด

เรื่องการค้าขายเขาบอกว่าคนไทยทำอาหารขาย

เพียงวันละมื้อก็อยู่ได้แล้ว

แต่ที่เมืองจีนทำอาหารขายวันละสามสี่มื้อ

ยังไม่ค่อยจะพอใช้เลย




    นั่นแสดงว่าคนจีนมีประชากรมาก

การแก่งแย่งแข่งขันจึงต้องรุนแรงในทุกเรื่อง

ทุกคนต้องตีนถีบปากกัดทำมาหากินเพื่อความอยู่รอด

ค่าครองชีพก็สูง   ต้องขยันจึงจะอยู่ได้

แต่เขาก็มีเรื่องบ่นถึงเมืองไทยเรื่องหนึ่งครับ

คือเขาบอกว่าเมืองไทยรถติดมากๆ

จะไปไหนมาไหนแต่ละทีลำบากมาก

เป็นเรื่องที่น่าเบื่อและเสียเวลามาก

ก็เห็นจะจริงอย่างที่เขาว่าแหละครับ

เพราะรถติดบ้านเราน่ะติดอันดับต้นๆของโลก

และยังไม่มีแนวโน้มว่าจะแก้ไขให้ดีขึ้นได้อย่างไรด้วย




   การแข่งขันในเมืองจีนยังมีอีกเรื่องที่เขาเล่าให้ฟัง

คือผู้หญิงจีนจะให้ความสนใจผู้ชายที่มี 3 C  ครับ

C  ที่หนึ่งคือมีคอนโดมิเนียม

C  ที่สองคือมีเครดิตการ์ด

C  ที่สามคือมี  Car  หรือรถยนต์

ผู้ชายที่มีครบ 3 C  จะได้รับความสนใจมากเป็นพิเศษ

เรื่องนี้ผมว่าที่ไหนๆ ก็คงเหมือนๆก้น

และมันสะท้อนให้เห็นภาพสังคมในเมืองจีนว่า

ต้องแก่งแย่งแข่งขันกันมากขนาดไหน




   มีผลการสำรวจว่าเมืองไทย

เป็นเมืองที่มีความสุบที่สุดในโลกเป็นลำดับที่ 32 ของโลก

ลำดับที่หนึ่งคือนอร์เวย์

รองๆลงมาได้แก่กลุ่มประเทศในแถบยุโรป

ผมมีความเชื่อว่าประเทศที่มีคุณภาพชีวิตที่ดี

จะเป็นประเทศที่น่าอยู่อย่างมีความสุข

ถ้าอย่างประเทศในอาเซียนผมยังคิดว่า

สิงคโปร์น่าจะเป็นประเทศที่ดีที่สุดประเทศหนึ่ง

มีผลการชี้วัดออกมามากมายที่แสดงให้เห็นว่า

สิงคโปร์มีความเป็นผู้นำด้านดีหลายๆเรื่อง

นำทั้งในระดับเอเซียและระดับโลกด้วย





   แต่จะอย่างไรก็ตาม

ผมก็พอใจแล้วที่เมืองไทย

ติดกลุ่มประเทศที่มีความสุขที่สุดในโลก

และมีนักท่องเที่ยวจากทั่วทุกมุมโลก

อยากเดินทางมาเที่ยวเป็นลำดับต้นๆของโลก

แสดงให้เห็นว่าเราเป็นประเทศที่น่าสนใจ

และมีความสุขที่เขาได้มาเที่ยว

เราคนไทยก็พลอยมีความสุขไปด้วยครับ





    หมายเหตุ :  ผมเขียนเรื่องนี้

เมื่อได้ไปเที่ยวจิ่วจ้ายโกวเมื่อปี  2016

ก่อนแผ่นดินไหวที่จิ่วจ้ายโกว 1 ปีครับ






ความรู้รอบตัว

posted on 10 Aug 2017 15:41 by reidiary



       ความรู้รอบตัว





      มดไม่สามารถเคี้ยวอาหารได้

แต่จะเคลื่อนขากรรไกรไปทางข้างซ้ายทีขวาที

เหมือนเราใช้กรรไกรตัดเพื่อคั้นน้ำในอาหารออกมา






    น้ำผึ้ง 1 ช้อนชา  ผึ้งต้องใช้เกสรดอกไม้ถึง 1,000 ดอก




  ท้องของเราจะผลิตชิ้นเนื้อเยื่อใหม่ทุกๆสองอาทิตย์

แทนอันเก่าที่ย่อยสลายด้วยตัวของมันเอง





   เกือบครึ่งหนึ่งของกระดูกในร่างกายคนเราอยู่ที่มือและเท้า





   แมวตัวหนึ่งสามารถออกเสียงแตกต่างกันได้กว่า 100 เสียง

ส่วนสุนัขตัวหนึ่งออกเสียงแตกต่างกันได้ประมาณ 10 เสียง





  ปลาทองเป็นสัตว์ชนิดเดียวที่เห็นแสงอินฟราเรดและอัลตร้าไวโอเล็ต




   ดวงตาคนเราจะมีขนาดเดียวกับตอนเกิด

แต่จมูกกับหูจะไม่เคยหยุดการเจริญเติบโต





  กระดูกที่มีชื่อว่า Hyoid อยู่ที่ลำคอของเรา

เป็นกระดูกชิ้นเดียวในร่างกายที่ไม่เชื่อมกับกระดูกใดๆ





  ทวีปเดียวในโลกที่ไม่มีสัตว์เลื้อยคลานและงู

คือทวีปแอนตาร์คติคในขั้วโลกใต้




  กระดูกขาของค้างคาวบางเล็กมาก

ดังนั้น  ค้างคาวจึงไม่สามารถเดินได้




  ภาษาอังกฤษมีเพียงคำเดียวที่ใช้อักษร 2 ตัว

แต่ละตัวใช้ 3 ครั้ง  นั่นคือคำว่า "DEEDED"





  เครื่องหมาย & ในภาษาอังกฤษ

มาจากสัญลักษณ์ในภาษาละติน "et"

ซึ่งมีความหมายว่า "และ"




  ก๊าซไฮโดรเจนเป็นสารที่มีความหนาแน่นน้อยที่สุดในโลก

0.08988 กรัมต่อซีซี

ไฮโดรเจนแข็งเป็นสารที่มีความหนาแน่นมากที่สุดในโลก

70.6 กรัมต่อซีซี




  ลายของเสืออยู่ที่ผิวหนังของมันไม่ใช่ที่ขน




  ถ้านำเส้นประสาททั้งหมดในร่างกายคนเรา

มาต่อกันจะมีความยาวถึง 75 กม.




   ยีราฟไม่มีหลอดเสียง




  ม้าผสมกับลา   เรียกว่า ฬ่อ

ลาจะจมในทรายดูด  แต่ฬ่อไม่จม





   

ฟุตบอลโทย

posted on 10 Aug 2017 15:01 by reidiary

 

                      ไปสู่เอเซีย




    ตอนนี้กระแสฟุตบอลไทยอยากไปบอลโลกแรงมาก

ใครๆก็อยากเห็นทีมชาติไทยไปเล่นในฟุตบอลโลก

ผมก็เป็นคนหนึ่งที่อยากเห็นผลงานของทีมไทยไปสู่ระดับนั้น

ทั้งๆที่ระดับฝีเท้าของเรายังไปไม่ถึงไหน




    มาตรฐานทีมของเรายังอยู่แค่ระดับอาเซียนเท่านั้น

เมื่อเทียบกับทีมชั้นนำของทวีปเอเซีย

เช่น  ทีมจากเอเซียตะวันออกหรืออาหรับ

ในความคิดของผมเรายังอยู่ระดับดิวิชั่นสอง

แข่งกับเขาทีไรก็แพ้แทบทุกครั้ง

เพราะระดับฝีเท้าคุณภาพการเล่นมันคนละชั้นคนละดิวิชั่น




    อันความฝันนั้นฝันกันได้

แต่เราต้องไปให้ถึงความฝันนั้น

ให้ความฝันกลายเป็นความจริง

มีความคิดว่าจะจ้างโค้ชต่างชาติ

ที่มีประสบการณ์เคยพาทีมไปฟุตบอลโลกมาแล้ว

มาทำทีมชาติของเราบ้าง

จะปรับปรุงตัวผู้เล่นของเราบ้าง

เพื่อให้ไปสู่จุดหมายนั้น