2008/Mar/28



 

       SIEMREAP  in  memory

             
ปี พ.ศ. ๒๕๕๐    ประมาณเดือนพฤศจิกายน
ผมได้ร่วมคณะทัวร์ไปเที่ยวนครวัตที่เขมร
นครวัตที่เราเคยได้ยินกันมานานว่าเป็นหนึ่งในเจ็ดสิ่งมหัศจรรย์ของโลก
และอยู่ที่เขมรประเทศเพื่อนบ้านไม่ไกลจากเรานี่เอง
ผมจึงต้องหาโอกาสไปเยี่ยมชมสักครั้ง

          นครวัต ...หนึ่งในไฮไลท์ของแหล่งท่องเที่ยวที่เขมรนั้น
ตั้งอยู่ในเขตจังหวัด 
SIEMREAP

อดีตจะชื่อ  เสียมราฐ  หรืออะไรผมไม่กล้ายืนยันนะครับ
ซึ่งถ้าดูแผนที่ประเทศเขมรจะพบว่ากรุงพนมเปญเมืองหลวงนั้น
อยู่ทางทิศตะวันออกของประเทศใกล้กับเวียตนาม
แต่ 
SIEMREAP  อยู่ทางด้านตะวันตกค่อนมาทางประเทศไทย
และจังหวัดที่รายรอบอยู่นั้นก็มี   พระตะบอง    โพธิสัตว์    ศรีโสภณ

          เราเข้าเขมรทางบกที่ด่านคลองลึก  อรัญญประเทศ
เดินทางโดยรถบัสข้ามพรมแดนสู่เมืองปอยเปต
แล้วมุ่งตรงไป 
SIEMREAP
  ใช้เวลา ๔-๕  ชั่วโมงกับระยะทาง  ๑๕๐  กิโลเมตร
ด้วยสภาพถนนส่วนใหญ่เป็นดินลูกรังที่ขุขระไปด้วยหลุมบ่อ


          เรื่องนครวัตมีให้อ่านกันมากมายและหลากหลายแล้ว
ผมจึงไม่เล่า ...    แต่จะเล่าถึงเมือง 
SIEMREAP

เมืองที่ผมไปพักค้างอยู่สองคืนและท่องเที่ยวไปตอนกลางวัน
SIEMREAP
  เป็นจังหวัดหนึ่งซึ่งคงเทียบได้กับจังหวัดเล็กๆ
หรือเมืองเล็กๆ ของเรา
แต่ด้วยอานิสงค์ของแหล่งท่องเที่ยวมีชื่อเสียงระดับโลก
ทำให้ 
SIEMREAP
  เป็นเมืองท่องเที่ยวที่สำคัญที่สุดของเขมร
และเป็นเมืองเศรษฐกิจที่มีค่าครองชีพสูงที่สุดในเขมรด้วย

            เมื่อผมเดินท่องไปในตลาดและตัวเมือง
ก็มีความรู้สึกเหมือนได้เดินตามต่างจังหวัดบ้านเรา
เนื่องจากผู้คนก็ดี    วัดวาอารามในเมือง    ตึกรามบ้านช่อง
สภาพถนนหนทาง   เรียกว่าคล้ายคลึงกันมาก
จนแทบไม่รู้สึกถึงความแตกต่าง
นอกจากภาษาพูดภาษาเขียนเท่านั้นที่แปลกไป

            ใกล้โรงแรมที่พักของผมมีร้านโนเกียแคร์
ผมเลยถือโอกาสเข้าไปเซอร์เวย์
ก็พบตัวอาคารใหม่ทรงทันสมัยเป็นประตูกระจก
ก้าวเข้าไปก็ติดแอร์    มีโลโก้ของโนเกียเป็นภาษาเขมร
แต่ลวดลาย  สี  และรูปทรงดูก็คุ้นว่าเป็นของโนเกีย
การตกแต่งภายในก็คล้ายบ้านเรา
มีพนักงานสาวแต่งยูนิฟอร์มคุ้นตา
โทรศัพท์มือถือและอุปกรณ์ต่างๆ เท่าที่ได้ดู
ก็พอๆ กันกับบ้านเรา

            ผมจำได้ว่ามีโทรศัพท์อยู่สามสี่รุ่น
เป็นรุ่นใหม่ล่าสุดเพิ่งเปิดตัวในบ้านเราไปหมาดๆ
ก็ได้พบเห็นในร้านนี้ด้วย      อืมมม   ก็ทึ่งไปเหมือนกัน
แต่เมื่อดูราคาแล้วแพงกว่าของเราแทบทั้งหมด

            ฝั่งตรงข้ามใกล้กันมีปั๊มน้ำมันขนาดกลางพร้อมมินิมาร์ท
อา ...     ผมได้ไปสำรวจข้อมูลอีกแล้ว
หน้าปั๊มขึ้นป้ายใหญ่บอกราคาน้ำมันเหมือนบ้านเรา
ครับ   ...    และแพงกว่าอีกเหมือนกัน

            เข้าไปในมินิมาร์ท  ...
คงจะด้วยเป็นเมืองท่องเที่ยวชั้นนำของเขมร
ทำให้มินิมาร์ทของปั๊มนี้ค่อนข้างมาตรฐาน
คือติดแอร์และตกแต่งเหมือนมินิมาร์ททั่วไป
แถมยังมีพื้นที่อีกสองโซน
โซนติดกันเป็นร้านอาหารเล็กๆ แบบฟู๊ดพาร์คตามห้างฯ
ส่วนใหญ่เป็นอาหารต่างชาติที่เราคุ้นตากันดี
โซนถัดไปเป็นเครื่องเล่นของเด็กเล็ก
ที่เราพบเห็นได้ตามห้างฯ อีกเหมือนกัน
ผมพบเห็นทั้งคนเขมรและคนต่างชาติ
นั่งทานอาหารกันอยู่
และเห็นเด็กเล็กๆ มีคุณแม่พาไปเล่นเครื่องเล่น

            สรุปว่าปั๊มนี้คล้ายปั๊มเจ็ตบ้านเรา
แต่เมืองนี้คงไม่มีห้างสรรพสินค้าขนาดใหญ่
เลยเปิดบริการฟู๊ดพาร์คกับเครื่องเล่นเข้าไปด้วย
เมื่อผมอยู่หลายวันเข้าผมก็รู้ว่าปั๊มนี้เป็นปั๊มที่ทันสมัยที่สุดในเมือง

            ส่วนราคาสินค้าในมาร์ทนั้น
ผมก็มีโอกาสเดินสุ่มดูไปทั่ว
ก็พบว่ามีเหมือนเมืองไทยเลย
และราคาก็ใกล้เคียงกันด้วยเรียกว่าแพงกว่านิดๆ

            ผมคาดเดาได้ทันทีว่า
สินค้าอุปโภคบริโภคของที่นี่รวมถึงโทรศัพท์มือถือ
คงนำเข้ามาจากเมืองไทยค่อนข้างแน่
เหมือนกับที่เราส่งไปขายลาว    พม่า   นั่นเอง
ตลาดสินค้านี้ครอบคลุมมาถึงประเทศเพื่อนบ้านเหล่านี้ด้วย

            ในตัวเมืองถนนลาดยางค่อนข้างดี
ถ้าพูดอย่างเป็นทางการก็คือสมกับอยู่ในเขตเทศบาล
แต่ที่ผมนึกไม่ถึงมาก่อนคือ
บรรดารถยนต์ที่วิ่งอยู่บนถนนนั้นส่วนใหญ่เป็นรถรุ่นใหม่
ไม่ว่าจะเป็นรถเก๋ง    รถโฟร์วีล     รถกระบะ
เป็นรุ่นใหม่ที่พบเห็นได้ในบ้านเรา
โดยเฉพาะโตโยต้ากว่าเก้าสิบเปอร์เซ็นต์
มีทั้งแคมรี่     วีโก้    ฟอร์จูเนอร์

            ครับ  ...   ผู้คนที่อยู่ในเมือง
ก็มีรายได้สูง    มีรสนิยม    มีการบริโภค
สูงกว่าคนชนบทรอบนอกเป็นธรรมดา

            และที่ผิดคาดอีกเรื่องหนึ่งคือ
มีรถจักรยานยนต์หรือมอเตอร์ไซค์ไม่มาก
คือไม่มากมายหนาแน่นเหมือนประเทศอื่น
ซึ่งทำให้ผมแปลกใจมาก
เพราะเป็นพาหนะราคาถูกและเหมาะกับสภาพสังคม


            นี่น่ะหรือ ....    คือความประทับใจเป็นความทรงจำ
ไม่ใช่ครับ     ยังไม่ใช่
นี่เพียงการเที่ยวดูบ้านดูเมือง    ดูผู้คนวัฒนธรรมเพลินๆ
แต่มีสิ่งที่ผมพบเห็นแล้วรู้สึกดี
คือเราเห็นการแต่งตัวของคนที่นี่
ทราบเลยว่าเขายังรักษาวัฒนธรรมการแต่งกายของเขาอยู่
ทั้งๆ ที่มีนักท่องเที่ยวต่างชาติจากทั่วโลกมากมาย
และสังคมเมืองเปิดรับอารยธรรมวัฒนธรรมต่างชาติด้วย
แต่ ...    คนของเขายังไม่แต่งตัวทันสมัย
หรือตามสมัยแบบที่พบเห็นในบ้านเราจนเป็นธรรมดา
แม้แต่เด็กวัยรุ่นหนุ่มสาวที่ขี่จักรยานหรือมอเตอร์ไซค์บนถนน
เชื่อไหมครับว่าผมไม่เห็นเด็กวัยรุ่นผู้หญิงนุ่งกางเกงขาสั้นเลย
และไม่พบเห็นเสื้อผ้าแบบสายเดี่ยวทำนองนั้นด้วย
ซึ่งในบ้านเราแม้ตามต่างจังหวัดก็เห็นเกลื่อนตา
เขานุ่งกางเกงยีนส์เสื้อยืดธรรมดารองเท้าแตะนี่เอง
และไม่มีการเดินแบบใกล้ชิดแนบแน่นกันเกินงาม

            ผมรีบตั้งคำถามตัวเองทันทีว่าเขาไม่มีตังค์ซื้อหรือ
อาจจะใช่   อาจจะมีส่วน    เสื้อผ้าอาจจะราคาแพงก็ได้
หรือเขาไม่รู้ว่าเดี๋ยวนี้แฟชั่นโลกเขาแต่งแบบนี้กัน
ผมว่าไม่ใช่   เพราะเขมรก็มีทีวี   มีเคเบิ้ลทีวีรับได้ทั่วโลก
ยิ่งในเมืองท่องเที่ยวใหญ่ๆ อย่างนี้
และนักท่องเที่ยวต่างชาติก็แต่งกันให้เห็นทุกวัน

            ผมว่าผมได้คำตอบในใจแล้ว
เป็นคำตอบที่ผมพอรู้สึกได้จากที่สัมผัสอยู่สองสามวัน
ถึงแม้จะแค่สองสามวัน    และมันอาจจะผิด ....

                       

                    คำตอบนั้นก็คือ 
ประเทศเขมรเพิ่งจะสงบสุขจากสงครามภายใน
แม้การเมืองจะมีความวุ่นวายตามประสา
แต่ 
SIEMPEAP  เริ่มพัฒนาตนเองเป็นเมืองท่องเที่ยว
กอปรกับสภาวะเศรษฐกิจ   สังคม  ที่ยังยากจนล้าหลัง
ยังเป็นปัจจัยให้ประชาชนทั่วไปไม่ค่อยสนใจวัฒนธรรมต่างชาติ
ถ้าจะเปรียบก็เหมือนสาวบริสุทธิ์ยังพรหมจรรย์อยู่นั่นเอง
ทุกสิ่งทุกอย่างใน 
SIEMREAP
  จึงยังคงความดั้งเดิมไว้ได้




             ระหว่างทางขากลับที่ผมนั่งรถไปปอยเปต
เส้นทางหลวงปอยเปต - 
SIEMREAP
  กำลังอยู่ระหว่างการก่อสร้าง
ผมคิดว่าผมโชคดีที่ได้มาเที่ยวเขมรวันนี้
เพราะเมื่อเส้นทางนี้สร้างเสร็จสมบูรณ์การคมนาคมสะดวก
นักท่องเที่ยวจากเมืองไทยจะหลั่งไหลไปที่เขมรอีกมากมาย
จะไปสร้างความมั่งคั่งให้กับ 
SIEMREAP

และจะนำวัฒนธรรมใหม่ๆ เข้าไปด้วย
และเมื่อถึงเวลานั้น  ...

SIEMREAP  ก็คงไม่ใช่  SIEMREAP  อย่างที่ผมได้เห็นในวันนี้  ...

 

 

edit @ 28 Mar 2008 08:12:13 by rei*

ชื่อ: 
เว็บไซต์: 
คอมเมนต์:




smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

<< Home