Shopping ที่ถนน 36 สายใน Hanoi

Good Morning VIETNAM
ถนน 36 สาย แหล่งช็อปปิ้งสำคัญของฮานอย
ประเทศเวียตนาม เพื่อนบ้านไม่ไกลจากเรานี่เอง
นักท่องเที่ยวไม่ว่าชาติไหนที่ได้ไปเยือนฮานอย
เป็นต้องหาโอกาสเดินเที่ยวและเลือกซื้อของกัน
มีเกร็ด ขำ ขำ มาเล่าสู่กันฟังฮะ
ว่านักท่องเที่ยวไทยช็อปปิ้งเก่งไม่แพ้ใคร
ขนาดที่ว่าพ่อค้าแม่ขายสามารถพูดภาษาไทย
จนพอสื่อสารต่อรองราคากันได้
ที่นี่ก็เหมือนกัน
ไม่เฉพาะในเวียตนามนะครับ
แต่หลายประเทศที่นักช็อปไทยชอบไปเชียวล่ะ
แถมเค้ารู้ด้วยว่าเราชอบไปช็อปปิ้งซื้อของ
มากกว่าไปเที่ยวชมสถานที่ท่องเที่ยวซะอีก (แน่ะ)
ฮ่ะ ฮ่ะ
ความจริงแล้วต้องบอกว่า
เป็นส่วนหนึ่งของการท่องเที่ยวตะหาก
ฮิ ฮิ
ได้พบเห็นนักท่องเที่ยวมากมาย
หลายชาติหลายภาษาหนาแน่นอยู่ที่นั่น
ต่อรองเลือกซื้อกันอย่างคึกคักทั้งคนซื้อคนขาย
บรรยากาศดูแจ่มใสสนุกสนานดี
ผมก็ไปเดินเที่ยว
และว่าจะเลือกซื้อกับเขาเหมือนกัน
แต่มีอยู่รายหนึ่งผมซื้อโดยไม่ต่อรองราคาเลย
มันเป็นยังไงต้องอ่านต่อครับ . . .
อันที่จริง
ผมไม่ใช่นักช็อปตัวจริงหรอกครับ
แต่ไฮไลท์แหล่งดังๆ
อย่างนี้ก็ไม่ควรพลาด
ที่จะไปเดินเที่ยวเดินชม
ดูของบ้านเขาไปเรื่อยๆ
อย่างน้อยก็เป็นข้อมูล
ให้กับคนอื่นที่ยังไม่เคยมา
สินค้ามีมากมายหลายหลากให้เลือก
รองเท้า กระเป๋า เสื้อผ้า
ของที่ระลึก ฯลฯ
เรียกว่าจิปาถะรวมกันอยู่ในแหล่งนี้
ซึ่งมีหลายเกรด หลายราคา
ทั้งของพื้นเมือง
และของก็อปเลียนแบบแบรนด์ดัง
ก็เหมือนทุกแห่งที่ต้องใช้วิจารณญาณ
ในการชม ในการพิจารณาด้วย
ผมเดินท่องไปเรื่อยๆ
ตามฟุตบาทริมถนน
นอกจากร้านค้าข้างทางแล้ว
ฟุตบาทหน้าร้านก็ยังมีผู้ค้ารายย่อย
มาตั้งแผงเล็กๆ ขายกันอยู่เต็มไปหมด
อันนี้เหมือนเมืองไทยแฮะ
คิดๆ ดูเฉพาะที่นี่
วันนึงๆ เงินคงสะพัดน่าดู

แล้วก็มาสะดุดแม่ค้าแผงเล็กเจ้าหนึ่ง
ที่สะดุดเพราะเป็นคนแคระแกรน
และร่างกายพิการนั่งอยู่อย่างเงียบเหงา
สินค้าที่ขายบนแผงก็เล็กๆ น้อยๆ ไม่ดึงดูด
ผมเดินผ่านไปอย่างไม่สนใจเหมือนคนอื่น
เข้าไปดูของในร้านค้าถัดไปเรื่อยๆ
แต่ก็อดเหลียวกลับมามองดูเป็นระยะๆ ไม่ได้
ยังเห็นเขานั่งเงียบเหงาเหมือนเดิม
หลังจากเดินเที่ยว
และชมสินค้าจนหมดเวลาแล้ว
ผมก็เดินกลับมาทางเดิมอีก
ผ่านแม่ค้าพิการคนเก่า
เห็นยังนั่งเงียบเหงาอยู่เช่นเดิม
คราวนี้ผมจึงหยุดแวะ . . . .
นอกจากเป็นคนแคระแกรนแล้ว
เขายังหูหนวกอีกด้วย
มีป้ายกระดาษว่า DEAF เขียนบอกไว้
ผมไม่ได้ถ่ายรูปมาดู
เพราะในใจคิดว่าเจ้าตัวเขาคงไม่ยินดี
หรือไม่อาจปฏิเสธแต่ก็คงรู้สึกไม่ดี
และรูปเค้าผมว่าไม่น่าดูเท่าไหร่
คนพิการไม่ว่าที่ไหน
เป็นคนด้อยโอกาส (โดยไม่ตั้งใจ)
เหมือนถูกลืมคล้ายเป็นคนชั้นสามของสังคม
รองจากคนชราซึ่งเป็นคนชั้นสองไปแล้ว
ที่เมืองไทยปกติผมไม่เล่นไม่ซื้อล็อตเตอรี่
แต่เมื่อเห็นคนตาบอดขายล็อตเตอรี่
ผมอาจซื้อ
คิดว่าแค่ทำบุญทำทานกับเขาเท่านั้นเอง
และจะเลือกซื้อรายที่ควรซื้อ
คือขายในราคาไม่เอาเปรียบคนปกติไม่พิการ
เมืองไทย คนไทยเราใจบุญ
พบเห็นคนให้ทานผู้ด้อยโอกาสบ่อยมาก
ผมเชื่อว่าคนจิตใจดีมีมากมายในบ้านเรา
ช่วยกันคนละเล็กคนละน้อย
สังคมเราพอประทังอยู่กันได้
ตอนนี้ผมกำลังพบประสบการณ์ตรงอีกครั้งที่นี่
ใจผมอยากอุดหนุนช่วยเค้าบ้าง
ไม่ได้คาดหวัง
ว่าจะต้องได้อะไรตอบแทนที่คุ้มค่ากันและกัน
เค้าก็คงรอความหวังจากผมอยู่แล้ว
และเค้าผ่านการทดสอบวิธีส่วนตัวของผมว่า
หูหนวกจริง

ผมมองดูว่า
มีอะไรพอช่วยซื้อได้บ้าง
ในแผงเล็กๆ นั้น
มีแต่ของที่ระลึกพื้นเมืองกระจุกกระจิก
เช่น เซรามิคสัญลักษณ์เวียตนามติดตู้เย็น
ที่คั่นหนังสือสไตล์พื้นเมือง
ภาพเขียนโปสการ์ดพื้นเมือง
พร้อมซองจดหมาย ฯลฯ
ไม่มีอะไรโดดเด่นกว่ารายอื่นร้านอื่น
ผมเห็นว่าเซรามิคแม่เหล็กติดตู้เย็น
มีราคาขายถูกกว่าอย่างอื่น
และผมก็อยากได้มาไว้เป็นที่ระลึก
จึงส่งภาษามือกันเล่นเอาเหนื่อยเหมือนกันแฮะ
แต่ก็สนุกดีแบบ ขำ ขำ เมื่อผมตกลงซื้อ
เค้าก็หยิบใส่ถุงให้อย่างพิถีพิถันพร้อมท่าทางขอบคุณ
ผมเห็นดวงตาของเขาสดใสขึ้น
ผมก็ยิ้มๆ แล้วโบกมือลา
เขายิ้มทำท่าทางว่าให้ผมโชคดี
แล้วผมก็เดินจากมา
ทั้งผมและเขาต่างมีเส้นทางต้องก้าวเดินต่อไป
ในใจผมบอกเขาว่า
ผมจะโชคดีหรือไม่ ผมไม่รู้หรอก
แต่วันนี้คนที่โชคดีไม่ใช่ผม
เค้าต่างหากโชคดี . . . ที่ได้พบคนอย่างผมไง

* * * *
edit @ 2 Apr 2008 20:13:10 by rei*