
วันนี้ผมออกไปธุระส่วนตัวที่ห้างฯ แห่งหนึ่ง
เสร็จธุระตั้งแต่บ่ายเลยโต๋เต๋โฉบไปที่โรงหนัง
(โรงภาพยนตร์ตามห้างสรรพสินค้าน่ะแหละครับ)
เห็นแต่หนังเด็กๆ เนื่องจากเป็นช่วงปิดเทอมใหญ่
มีอยู่เรื่องหนึ่งเป็นหนังฝรั่งแนว Action Thriller
ของโคลัมเบียเรื่อง Vantage Point
ชื่อไทยว่า เสี้ยววินาทีสังหาร
เลยซื้อตั๋วเข้าไปดูครับ
หนัง หรือ ภาพยนตร์ เป็นการแสดงอย่างหนึ่ง
ที่มีเรื่องราวของมันและมีการถ่ายทำนำเสนอ
ส่วนจะถูกใจผู้ชมคนดูหรือไม่นั้น นั่นก็แล้วแต่
ว่าตรงแนวที่ท่านชอบหรือเปล่า
และสร้างกันได้ดีขนาดไหน
นานๆ จะได้ดูหนังใหม่ตามโรงภาพยนตร์
และไม่เคยเขียนโน๊ตเกี่ยวกับหนังที่ได้ดูเลย
จึงลองหยิบมาเขียนสักเรื่อง
เอาเรื่องนี้แหละ
เสี้ยววินาทีสังหาร (ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา)
ถ้าท่านชอบหนังแนวแอ็คชั่น มีตื่นเต้น โลดโผน
ประเภทคนร้ายจับตัวประกัน
หรือต้องผจญกับพวกผู้ก่อการร้าย
การวินาศกรรม ล่ะก้อ เรื่องนี้ใช่ครับ
ชื่อเรื่องก็บอกอยู่แล้วว่าเป็นการสังหารประธานาธิบดี
ผมชอบคนพล็อตเรื่อง (ผู้แต่ง) เรื่องนี้ฮะ
เนื้อเรื่องหลัก (Main Idea) ธรรมดามากเลย
แค่เรื่องการสังหารประธานาธิบดี
ไม่มีอะไรแหวกแนว พิสดารนักหนา
แต่เขาใส่ความสลับซับซ้อน
ซ่อนปมปริศนาลงไปในเรื่องมาก
ตัวเอกจะต้องพยายามคลายเงื่อนร่วมกับผู้ชม
และเข้าใจใส่ตัวละครต่างๆ เข้าไปร่วมในเรื่อง
นี่คือจุดเด่นของเนื้อเรื่อง
การเดินเรื่องนำเสนอ
มาแปลกแหวกแนวไปเลย
เรามักได้ชมการนำเสนอไปเรื่อยๆ เป็นลำดับ
หรืออาจมีการเดินเรื่องย้อนกลับอดีตที่ผ่านมา
แต่เรื่องนี้เมื่อมีการสังหารบุคคลสำคัญ
กล้องถ่ายทอดทีวี นักถ่ายวิดิโอสมัครเล่น
เป็นหลักฐานสำคัญที่จะเป็นกุญแจไขปริศนา
ต้องมีการย้อนรีวายด์เทปดูหลายครั้ง
เพื่อตรวจดูเหตุการณ์ที่เพิ่งจะเกิดขึ้นและผ่านพ้นไป
ในหลายมุมต่างๆ กัน
ซึ่งแต่ละครั้งก็จะปรากฏชิ้นส่วนปริศนา หรือ จิ๊กซอว์ แต่ละตัว
ให้ค่อยๆ คิดเรียบเรียงหรือร้อยเรียงต่อกัน
จากความสับสนให้ชัดเจนขึ้น
หนังใช้เวลาส่วนนี้เกือบครึ่งเรื่อง
จนบางทีผู้ชมอาจรู้สึกว่าซ้ำซากน่าเบื่อได้
หนังเรื่องนี้ต้องตั้งใจดู
พร้อมกับใช้ความคิดตามเนื้อเรื่องไปด้วย
เพราะผู้แต่งสร้างความซับซ้อนไว้มาก
จนยากจะคาดเดาเนื้อหาล่วงหน้า
แต่ก็ให้สาระความบันเทิงได้บางส่วน
เช่น การปฏิบัติการจู่โจมสังหาร
ที่วางแผนไว้อย่างแยบยลล้ำลึก
ลวงหลอกฝายตรงข้าม
จนฝ่ายตั้งรับแม้เจนจัดก็ยากที่จะป้องกัน
ทั้งที่หักเหลี่ยมเชือดคมกันมาตลอด
และล่อหลอกแม้กระทั่งผู้ชมคนดูในโรงด้วย
ดูแล้วก็ให้นึกถึงตำราพิชัยสงครามของจีน
การถ่ายทำสร้างได้ดีสมจริง
ผู้ชมระทึกเหมือนอยู่ร่วมในเหตุการณ์นั้น
ตัวเอกเป็นหน่วยคุ้มกันประธานาธิบดี
เมื่อผจญเหตุการณ์วิกฤติเช่นนี้
จึงต้องแก้ปัญหาเฉพาะหน้า
และพยายามคลายปมตามล่าหาตัวร้าย
ถ้าอดทนดูมาถึงตอนนี้
ความมันของ Action Thriller เริ่มแล้ว
และต่อเนื่องไปจนจบ
แทบทุกฉากถ่ายทำได้ดีสมจริงมาก
แต่ก็ต้องมีบ้างบางช็อตที่ (โอ) เว่อร์
ตัวเอกต้องกระดูกเหล็กจึงจะต่อกรกับกลุ่มตัวร้ายได้
เหตุการณ์นี้เริ่มเดินเรื่องตั้งแต่ประมาณเที่ยงวัน
และจบเรื่องภายในเวลาไม่กี่ชั่วโมงของวันนั้น
แก่นของเรื่องคงมาจากแค่การเพลย์เทป
ดูแล้วก็ย้อนรีวายด์กลับไปกลับมาหลายเที่ยว
เท่านั้นเอง
แต่ใส่ความสลับซับซ้อนลงไปเยอะ
แถมด้วยพริก มะนาว น้ำปลา และน้ำตาล
จนออกมากลมกล่อมได้เหมือนกัน
ดารานักแสดงก็แสดงกันได้ดี
แต่ผมไม่สันทัดเลยไม่ทราบว่ามีชื่อเสียงหรือไม่
อดคิดไม่ได้ว่าถ้าได้ แฮริสัน ฟอร์ด
เมล กิ๊บสัน หรือพ่อดายฮาร์ด บรู๊ซ วิลลิส
อาจจะเข้าท่าชวนดูมากขึ้น
แต่แฮริสัน ฟอร์ด คงไม่เล่นเพราะอายุมากแล้ว
และเคยเล่นเป็นประธานาธิบดีมาแล้วใน Air Force 1
ส่วนตัวผมขอบอก
แนะนำหนังเรื่องนี้สำหรับผู้ชมนิยมความคิด
มีจินตนาการตามไปด้วย
ท่านจะตั้งใจดูแทบไม่กระพริบตา
เพราะอยากร่วมค้นหาและไขปริศนาในเรื่อง
แต่ถ้าท่านชอบแนวบู๊เผ็ดเด็ดเอาความมัน
อลังการงานเละสะใจชนิดวินาศสันตะโร
ประเภทพระเอกคนเดียวลุยแหลก
ฟาดฟันห้ำหั่นผู้ร้ายเป็นโขยงจนราบเรียบ
แบบไม่ต้องคิดอะไรมาก
เรื่องนี้ไม่ใช่แนวนั้นครับ
เรื่องนี้เป็นแนว Boxer ที่ต้องใช้จังหวะฝีมือเอาชนะกัน
ไม่ใช่เดินหน้าลุยสไตล์ Fighter
ผมชอบหนังเรื่องนี้ตรงที่
ผู้แต่ง พล็อตเรื่องได้เก่งมาก
จากเรื่องราวธรรมดาแต่มากด้วยความสลับซับซ้อน
ฉากแอ็คชั่น ที่ทำได้สมจริงน่าตื่นเต้น
ตัวเอกไม่เก่งเกินคนธรรมดามากไป
ดนตรีประกอบครับ
ทั้งเรื่องมีดนตรีประกอบเป็น Theme ตื่นเต้นตลอดเรื่อง
ฟังแล้วสนุกและตื่นเต้นไปด้วย
ตัวแสดงผิวสีที่เป็นนักท่องเที่ยว
เหยาะภาพคุณธรรมจริยธรรมให้อเมริกันไว้ได้
และช่วยลดความรุนแรงของหนังให้น้อยลง
และ ซิมเบี้ยนสมาร์ทโฟน โซนี่ อีริคสัน P990i ที่ตัวร้ายใช้
เจ้าโทรศัพท์มือถือฉลาดๆ นี่
เอาเทคโนโลยีไปใช้จุดชนวนระเบิด
และทำอะไรได้ตั้งหลายอย่าง อย่างน่าทึ่ง
คราวหน้าขอเป็น วินโดว์ โมบาย โฟน บ้างนะฮับ

ทีมผู้สร้าง
โคลัมเบีย พิคเจอร์สร่วมกับรีเลทีฟวิตี มีเดีย
ภาพยนตร์โดยออริจินอล ฟิล์ม “Vantage Point”
นำแสดงโดยเดนนิส เควด,
แมทธิว ฟ็อกซ์, ฟอเรสต์ วิทเทคเกอร์, เอ็ดการ์ รามิเรซ,
อาเยเล็ต ซูเรอร์, ซิเกอร์นีย์ วีฟเวอร์และวิลเลียม เฮิร์ต
กำกับโดยพีต ทราวิส
อำนวยการสร้างโดยนีล เอช. มอริทซ์
เขียนบทโดยแบร์รี แอล. เลวี
ผู้อำนวยการสร้างบริหารคือแคลลัม กรีน,
ทาเนีย แลนเดาและลินวู้ด สพิงคส์
ผู้กำกับภาพคืออาเมียร์ โมครี
ผู้ออกแบบงานสร้างคือบริจิตต์ บรอช
มือลำดับภาพคือสจวร์ต ไบรด์, เอ.ซี.อี.
ผู้ออกแบบเครื่องแต่งกายคือลูกา มอสกา
ดนตรีโดยแอตลี โอวาร์สัน