2008/Apr/10

                        

                        
                       
 ท่านอาจภาคภูมิใจกับความเป็นไทย
                                      เหมือนผม
                   เมื่อได้ฟังคำบอกเล่าจากชาวเวียตนาม




          


 
ผมไม่ใช่ผู้เชี่ยวชาญประวัติศาสตร์เอเชียตะวันออกเฉียงใต้
  จึงรู้จักเวียตนามเหมือนคนทั่วไป
    ว่าเป็นเพื่อนบ้านร่วมภูมิภาคนี้
      อยู่ไม่ไกลจากเรานัก

        มีรูปร่างคล้ายตัวเอสในภาษาอังกฤษ
          มีดินแดนติดชายฝั่งทะเลยาวนับพันกิโลเมตร
            ภูมิอากาศจึงอุดมไปด้วยฝนและมรสุม


รู้แต่ว่าเวียตนามเคยเป็นหนึ่งในอาณานิคมของฝรั่งเศส
คนเวียตนามต้องต่อสู้เพื่อให้ได้เอกราช
นี่เป็นเรื่องธรรมดาไม่ว่าชาติใดเผ่าพันธุ์ไหน
สถานการณ์สร้างวีรบุรุษ
ความทุกข์ยากย่อมสร้างคนดี





           เอาชนะฝรั่งเศสได้
           ก็มีภาคต่อ    มาถึงสหรัฐอเมริกา
           คราวนี้ต้องเจอกับมหาอำนาจเบอร์หนึ่งของโลก
           ที่ครบเครื่องทั้งเศรษฐกิจ   และการทหาร
           ก็ต้องเชื่อว่า  เวียตนามยังมีคนดีอยู่
           จึงสามารถกู้ชาติคืนมาได้
           แต่ก็บอบช้ำสาหัส
          

   ก่อนหน้านั้น   ย้อนหลังไปอีก
     เพิ่งได้ฟังเป็นความรู้ใหม่
        เวียตนามตกเป็นเมืองขึ้นของจีนมายาวนาน
          ยาวนานนับพันปี





           
               
ประเทศไทยเรารวมเลือดเนื้อชาติเชื้อไทย
เริ่มนับกันดั้งเดิมมาตั้งแต่ยุคสุโขทัยเป็นราชธานีแห่งแรก
นั่นตั้ง  ๗๐๐  กว่าปีมาแล้ว
ก่อนหน้านั้นเราคงเป็นชนชาติเผ่าพันธุ์หนึ่งในแถบนี้
แต่ยังไม่เข้มแข็งพอเพราะอิทธิพลของขอมโบราณ
ที่มีมาเก่าก่อนนับพันปีเหมือนกัน

                         เวียตนามก็คงเหมือนกับเราตอนนั้น
                       แต่อยู่กันอีกด้านหนึ่งของดินแดนขอม
                     และจะด้วยเหตุผลใดก็ตาม
                    เวียตนามตกอยู่ใต้อิทธิพลของจีน
                   และต้องตกเป็นเมืองขึ้นของจีนมาตลอด



             
            ในขณะที่เรารวมชาติสร้างความเป็นปึกแผ่น
มีเจริญมีเลื่อมตามกาลเวลามายาวนานเช่นกัน
ยุคเสื่อมถอยที่เราเคยพลาดพลั้งให้ศัตรู
เราก็ไม่ยอมให้ศัตรูนั้นกดขี่ข่มเหงเราได้นาน
ในเวลาสิบกว่าปี    ไม่ต้องถึงชั่วอายุคน
จากความทุกข์ยากบ้านแตกสาแหรกขาด
เราสามารถยืนหยัดต่อสู้จนได้ความเป็นชาติกลับคืนมา


                      เมื่อเขาเอาชนะเราด้วยกำลัง
    เราจะได้ความเป็นไทกลับคืนมาย่อมไม่ใช่ด้วยการเจรจา
               หรือจากการทำสัญญาบนแผ่นกระดาษ
          จำเป็นต้องกอบกู้กลับมาด้วยกำลังเหมือนกัน
                          และคนไทยก็มีคนดี
     หลายคนและมากพอที่จะทำเช่นนั้นได้ในเวลาไม่นาน
                     ประวัติศาสตร์จารึกไว้เช่นนั้น





           
                 
ย้อนกลับมาดูเวียตนาม
ในช่วงเวลาเดียวกัน
เมื่อขอมเสื่อมอำนาจลง
เวียตนามยังคงตกอยู่ใต้อำนาจจีนอย่างยาวนาน
ผมกำลังคิดว่าถ้าประวัติศาสตร์เป็นจริงตามนี้
คนเวียตนามได้เงยหน้าสัมผัสบรรยากาศของอิสรภาพ
เพียงชั่วประเดี๋ยวเดียวจริงๆ
เอกราชของชาติดำรงอยู่สั้นมาก
เมื่อเทียบกับเวลาที่ต้องตกอยู่ใต้อำนาจของชาติอื่น
มันนานหลายชั่วอายุคน




               
               
คนเวียตนามไม่ใช่คนอ่อนแอ
     ความทุกข์ยากหล่อหลอมเขาให้เข้มแข็ง
        แต่เขายังทำไม่ได้   คงมีเหตุผลสำคัญอยู่
           วันนี้เขาทำได้แล้ว
               ยาวนานมากกว่าจะมาถึงวันนี้




                            
                             
ไทย  พม่า  และเวียตนาม
           เป็นสามชนชาติใหญ่ใกล้กันในแถบนี้
         การเอาชนะกันอย่างเด็ดขาดคงเป็นไปได้ยาก
       และไม่จีรังยั่งยืน
     ว่าแต่เราจะทำลายล้างกันไปเพื่ออะไร
    ถ้ารวมกันได้พลังความยิ่งใหญ่ก็เกิดได้เหมือนกัน

สงครามโลกครั้งที่สอง
   สมรภูมิใหญ่ที่ยุโรป
      ชนชาติในยุโรปเปิดศึกฟาดฟันกันเอง
         สุดท้ายก็อ่อนแอกันไปหมด
            เกิดมหาอำนาจใหม่อย่างอเมริกาเข้ามาแทนที่
              จนทุกวันนี้ยุโรปต้องหันมารวมกันอีก

       ประสานประโยชน์กันให้ดี
       แล้วทุกคนจะได้อยู่ร่วมกันอย่างมีความสุข
       ไม่มีใครต้องเจ็บปวด
       ต้องเรียกหาคนดีกับวีรกรรมกันไม่สิ้นสุด






คนเวียตนามที่ผมคุยด้วยนั้น
 เป็นคนสูงอายุครับ    จึงถามเขาว่า
   ชีวิตของเค้าตั้งแต่เด็กๆ จนเติบใหญ่ขึ้นมา
     ก็ต้องเจอสงครามผจญกับอเมริกามาตลอดเลยซินะ
      เค้าบอกว่าไม่ใช่ครับ  ตั้งแต่ก่อนรบกับอเมริกาอีก
        การคุยกับเขาจึงได้อรรถรส   ประวัติศาสตร์
          เกร็ดเล็ก     สะเก็ดน้อย
           และบรรยากาศของช่วงเวลาเก่าๆ ในเวียตนาม

                  ผมถามคำถามก่อนจากกันในวันนั้น
                          ว่าเดียนเบียนฟูอยู่ที่ไหน
                      เขาบอกว่าอยู่ไกลจากฮานอย
         ไปทางทิศตะวันตกประมาณสามร้อยกว่ากิโลเมตร
                          อยู่ใกล้ชายแดนลาวโน่น
                   ดีแล้ว  ที่ผมค้นหาในแผนที่ไม่เจอ
    หนึ่งในอนุสรณ์สงครามซึ่งไม่น่าจดจำสิ่งที่คนกระทำต่อกัน
       เพราะวีรกรรมของวีรบุรุษต้องมีผู้เสียสละอยู่ด้วยเสมอ



edit @ 10 Apr 2008 00:51:04 by rei*

edit @ 10 Apr 2008 00:55:20 by rei*

ชื่อ: 
เว็บไซต์: 
คอมเมนต์:




smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

<< Home