วันฝนโปรย
(ที่เวียตนาม)
ตอนบ่ายออกจากฮานอยขึ้นมาทางเหนือ
ตามข้อมูลประมาณ ๑๖๐ กิโลเมตร
ทางหลวงเป็นถนนซีเมนต์ทูเวย์ไม่มีเกาะกลาง
การเดินทางค่อยสบายขึ้น
แต่ก็ใช้เวลา ๓ – ๔ ชั่วโมง
สภาพถนนถือว่าดีใช้ได้
เป็นเส้นทางวิ่งออกไปต่างจังหวัด
รถเยอะสวนกันไปมาเป็นระยะ
รถใหญ่จึงวิ่งช้าและระมัดระวัง
(รถบรรทุกสิบล้อที่วิ่งสวนมา)
สองข้างทางเป็นทุ่งนา
มีชาวนาทำนาสวมหมวกงอบแบบญวน
สุสานก็มีเรียงรายสองข้างทางเป็นระยะเยอะมาก
บางแห่งสร้างเป็นอนุสรณ์ไว้ด้วย
แสดงว่ามีคนตายมากมาก
รถแล่นผ่านเมืองรายทางสองสามเมือง
เหมือนต่างจังหวัดบ้านเรา


มาถึงฮาลองตอนค่ำ
ไม่มีแดดให้ถ่ายรูปวิวข้างทางแล้ว
สวยดีและสะอาดตา
รถวิ่งบนถนนขนานไปกับชายทะเล
ทอดไปยาวเหยียด (สุดลูกหูลูกตา)
มีโรงแรมใหญ่ๆ เห็นข้างทางเรื่อยๆ
คงสำหรับนักท่องเที่ยวฝรั่งกระเป๋าหนัก
๓๐ มีนาคม ๒๕๕๑ วันฝนโปรยวันแรกที่ฮาลอง
ตื่นตั้งแต่หกโมง (เช้า)
วันนี้มีโปรแกรมลงเรือชม (อ่าว) ฮาลองเบย์
ระหว่างทางที่รถวิ่งไปท่าเทียบเรือ
ได้ชมทัศนียภาพข้างทางอีกครั้ง
คล้ายหัวหินของเราสมัยก่อนโน้น
คือสวยงามและสงบ เหมาะสำหรับพักผ่อน
สายแล้วแต่อากาศขมุกขมัวไม่มีแดด


ที่นี่เป็นมรดกโลก
จึงมีศักยภาพเป็นจุดขายได้
สร้างถนนดีตรงมาจากฮานอย
พัฒนาเป็นแหล่งท่องเที่ยวแล้ว
นักท่องเที่ยวต่างชาติเยอะที่ท่าเรือ
มีเรือมากมายจอดรออยู่
พอเรือออกเราก็ชวนกันปีนขึ้นไปถ่ายรูปบนดาดฟ้าเรือ
เลยชมวิวกันอยู่บนนั้น



พักใหญ่ฝนก็โปรยลงมา
ฝนที่นี่แปลกเพิ่งเคยพบเห็น
โปรยปรายลงมาเป็นละอองฝนเล็กละเอียดมาก
ไม่ยักเป็นเม็ดฝน
ตกเปาะแปะเหมือนบ้านเรา
เล็กละเอียดคล้ายละอองน้ำ
ที่ฉีดจากกระบอกน้ำ (ฟ็อกกี้) ตอนรีดผ้า
พรมลงมาอย่างสดชื่นเหมือนฝัน
พลาดโอกาสไปนิดไม่ได้ชมวิวสวยๆ ของฮาลองเบย์
ทัศนวิสัยขาวโพลนไปด้วยละอองฝน



เรือมาจอดที่เกาะหนึ่ง
ให้ขึ้นไปชมถ้ำด่งเทียนกุง ที่แปลว่า ถ้ำนางฟ้า
นักท่องเที่ยวเดินกันเหมือนขบวนมดเลย
ดูๆ แล้วเหมือนถ้ำบ้านเราคือมีหินงอกหินย้อย
มีแสงไฟหลายสีสร้างสีสันภายในถ้ำ
ออกจากถ้ำเลยแวะพักซื้อเป๊ปซี่กระป๋องกับไอติมกิน
อุดหนุนคนท้องถิ่น





เกือบเที่ยงวันกลับมาขึ้นเรืออีก
เรือแล่นลัดเลาะพาท่องไปตามเกาะน้อยใหญ่
ที่เค้าว่ามีเยอะร่วมสองพันเกาะ
พร้อมเสิร์ฟอาหารทะเลสดเป็นมื้อกลางวันด้วย
ถ้าท้องฟ้าแจ่มใสคงสวยมาก








เคยอ่านเรื่องราวสารคดีนานแล้ว
ในหนังสือภาพของ ธีรภาพ โลหิตกุล (ถ้าจำไม่ผิด)
เรื่องเล่าว่าที่ฮาลองเบย์นี้
มีนายทหารเรืออเมริกันพบรักกับสาวญวน
ชวนกันลงเรือใบแอบหนีออกทะเล
แต่ไม่สามารถหาทางออกได้
หลงวนเวียนอยู่ท่ามกลางหมู่เกาะที่เหมือนเขาวงกตนี้
และในที่สุด ก็หายสาบสูญไป

หมายเหตุ - เรียบเรียงจากไดอารี่ท่องเที่ยวส่วนตัว
(ยังมีต่ออีกหนึ่งวันครับ)

edit @ 20 Jul 2008 00:06:04 by rei*
edit @ 20 Jul 2008 00:11:12 by rei*
edit @ 20 Jul 2008 00:13:48 by rei*
edit @ 20 Jul 2008 00:15:49 by rei*
edit @ 20 Jul 2008 01:04:11 by rei*